อย่าเอาความอิจฉา มาขวางกั้นการพัฒนาทักษะและฝีเท้าของตนเอง

ความน่าเสียดายอย่างหนึ่งสำหรับนักฟุตบอลหรือนักกีฬาหลาย ๆ คนนั่นคือ เมื่อเห็นคนอื่นทำได้ดีกว่ามักรู้สึกอิจฉา ไม่ชอบใจ ทั้งที่ความจริงสิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้ อาจไม่เก่งเท่าคนอื่น แต่เมื่อฝีเท้าและทักษะสูงโค้ชย่อมมองเห็น ดังนั้นพ่อแม่จึงถือเป็นอีกบุคคลสำคัญที่ต้องใส่ใจและพยายามสังเกตลูกถึงอาการหรือปฏิกิริยาของเขาที่เกิดขึ้นตลอด เพื่อปรับทัศนคติ และช่วยให้เป็นเด็กที่พร้อมสำหรับการลงสนามจริงทั้งกายและใจ

ให้กำลังใจตนเองเพื่อการพัฒนาตามเป้าหมาย อีกสิ่งดี ๆ ที่ได้จากฟุตบอล

การมีเป้าหมายในชีวิตคือเรื่องสำคัญที่ไม่ใช่แค่วัยรุ่น หรือวัยทำงานเท่านั้น แต่วัยเด็กตั้งแต่อายุ 3-4 ขวบ เมื่อพวกเขาเริ่มมีแนวคิดเป็นของตนเองมากขึ้น การสร้างเป้าหมายอย่างเหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต่อยอดความสำเร็จให้กับตนเอง รวมถึงยังทำให้เคยเป็นนิสัยไปจนโต มากไปกว่านั้นพอมีจุดมุ่งหมายแล้วคนเราก็มักต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอยู่เสมอ ตรงนี้เองที่พ่อแม่อาจคาดไม่ถึงว่าเมื่อลูกมีโอกาสเล่นฟุตบอล นี่เป็นสิ่งที่เขาจะได้รับ

เมื่อยังไม่มีโอกาสลงสนาม จึงต้องหมั่นฝึกฝนให้หนักขึ้นกว่าเดิม

สำหรับเด็ก ๆ ที่เป็นนักฟุตบอล หรือนักกีฬาประเภทใดก็ตาม เมื่อตนเองฝึกซ้อมมาได้สักระยะย่อมคาดหวังการได้สัมผัสเกมจริง อยากลงสนามเพื่อพิสูจน์ทักษะ ซึ่งมักมีบ่อยครั้งที่โค้ชยังเล็งเห็นศักยภาพของคนอื่นมากกว่า ส่งผลถึงความเครียด กดดัน ขณะที่ตัวผู้ปกครองเองก็มักไม่เข้าใจว่าทำไมลูกของตนเองไม่ได้ลงสนาม ลองปรับทัศนคติใหม่จากเดิมที่ไม่ได้ลงสนามมาเป็นการหมั่นฝึกฝนตนเองให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพิ่มโอกาสความเป็นไปได้ และไม่ต้องกดดันโค้ชด้วยวิธีต่าง ๆ จะดีที่สุด

มองหาโอกาสแล้วคว้าให้ได้ เปิดโอกาสแห่งอนาคตในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

เด็ก ๆ จำนวนมากเมื่อได้เล่นฟุตบอล หรือเข้าโรงเรียนสอนฟุตบอลแล้วมักมีความคาดหวังอยากทำผลงานของตนเองให้ดีและพัฒนาฝีเท้าจนไปสู่การเป็นนักฟุตบอลในระดับสมัครเล่นและระดับอาชีพ แต่เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากความเก่งกาจในสนามซ้อมแล้ว การมองหาโอกาสในการลงเล่นแล้วพยายามคว้าไว้ให้จงได้ เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน ตรงนี้พ่อแม่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพวกเขาได้ด้วยเช่นกัน

1 … 10 11 12 13 14 … 53