อย่าเอาความอิจฉา มาขวางกั้นการพัฒนาทักษะและฝีเท้าของตนเอง

อย่าเอาความอิจฉา มาขวางกั้นการพัฒนาทักษะและฝีเท้าของตนเอง

 

ความน่าเสียดายอย่างหนึ่งสำหรับนักฟุตบอลหรือนักกีฬาหลาย ๆ คนนั่นคือ เมื่อเห็นคนอื่นทำได้ดีกว่ามักรู้สึกอิจฉา ไม่ชอบใจ ทั้งที่ความจริงสิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้ อาจไม่เก่งเท่าคนอื่น แต่เมื่อฝีเท้าและทักษะสูงโค้ชย่อมมองเห็น ดังนั้นพ่อแม่จึงถือเป็นอีกบุคคลสำคัญที่ต้องใส่ใจและพยายามสังเกตลูกถึงอาการหรือปฏิกิริยาของเขาที่เกิดขึ้นตลอด เพื่อปรับทัศนคติ และช่วยให้เป็นเด็กที่พร้อมสำหรับการลงสนามจริงทั้งกายและใจ

หยุดความอิจฉาแล้วพัฒนาฝีเท้ากันดีกว่านะเด็ก ๆ ทุกคน

ความอิจฉาไม่ใช่เรื่องดี แถมยังมักทำให้กลายเป็นนิสัยติดตัวหากยังคงทำอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีใครคอยสอนหรือย้ำเตือน ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้มักมีจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จากการที่มองว่าทำไมคนอื่นดีกว่า เด่นกว่า พอมองย้อนกลับมายังตนเองกลับพบถึงปัญหา อุปสรรค และไม่มีกำลังใจ หมดศรัทธา ความคิดในใจจึงเสมือนเข้าข้างตนเองและไม่อยากเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ

นี่เป็นสิ่งอันตรายที่พ่อแม่ต้องคอยระวัง ใส่ใจ และสังเกตพฤติกรรมของเขาอยู่ตลอด เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกเล่นฟุตบอลหรือเล่นกีฬาต่าง ๆ แล้วมีอารมณ์รุนแรงขึ้น พูดจากับนักเตะที่เก่งกว่าน้อยลง หรือบางคนมักแอบร้องไห้ สายตาไม่พึงพอใจ นั่นกำลังบ่งบอกถึงความอิจฉาในตัวเอง เป็นจุดที่พ่อแม่ต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้พวกเขาหยุดการกระทำดังกล่าวแล้วหันมาตั้งใจฝึกซ้อม เค้นศักยภาพตนเองออกมาให้จงได้

ปรับทัศนคติเด็ก ๆ อย่างไรไม่ให้ความอิจฉายังคงอยู่

ต้องบอกว่าการปรับทัศนคติหรือแนวคิดของเด็กเป็นเรื่องง่ายมากกว่าผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่เด็กทุกคนจะยอมทำตาม ดังนั้นพื้นฐานสำคัญพ่อแม่ต้องพูดคุยกับลูกแบบตรง ๆ ว่าพฤติกรรม อาการทางร่างกาย สีหน้าที่กำลังเกิดขึ้นมาจากความอิจฉาจริงหรือไม่

หากคำตอบของเขาบ่งบอกว่าใช่ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนความคิดของเขาใหม่ อย่าคิดแค่คนอื่นเก่ง แต่ตนเองไม่เก่งจนอิจฉา แต่ลองเพิ่มทักษะ ขยันฝึกซ้อมให้มากขึ้นกว่าเดิม มีวินัย หรือปรับตำแหน่งการเล่นของตนเองให้อยู่ในแนวทางที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่นักฟุตบอลทำได้ง่ายดาย แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาดีต่อทั้งการเล่นของเขาและทัศนคติของเด็ก ๆ ด้วย

เชื่อว่าเมื่อเขาปรับตัวเองได้สำเร็จ เปลี่ยนนิสัยจากการอิจฉามาเป็นการสร้างความพยายามฝึกฝีเท้าของตนเองให้พัฒนาและก้าวต่อไปข้างหน้า อย่างน้อยแม้ไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพแต่สิ่งที่รับรู้ได้คือเขาจะเปลี่ยนนิสัยของตนเอง สามารถอยู่ในสังคมโดยไม่รู้สึกอิจฉาใคร พ่อแม่เองก็สบายใจ ไม่เครียด มองเห็นพัฒนาการเติบโตของเขาอยู่ตลอด

Smile Football Club

#เริ่มเล่นฟุตบอลด้วยความสุขสนุกสนานมีรอยยิ้ม

สนใจทดลองเรียนฟรี
Line ID : @smfootball Tel : 090-5522-865