ก่อนอื่นขออธิบายแบบนี้ก่อนนะครับว่า สนามฟุตบอลจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ สนามหญ้าจริง และสนามหญ้าเทียม โดยสนามหญ้าจริงนั้นพื้นของสนามจะเป็นดินหรือทรายเป็นหลัก อาจจะมีหินปนมาบ้างก็อยู่ที่คุณภาพของดินที่นำมาปลูกหญ้า ซึ่งสนามจริงนี้ข้อดีของมันคือ ถ้าดินที่นำมาปลูกมีคุณภาพพื้นก็จะนุ่มเล่นได้อย่างสบาย ข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือ เมื่อฝนตกสนามก็จะลื่นซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้
สนามหญ้าเทียมก็คือสนามที่ไม่ต้องใช้หญ้าจริงปลูก เพราะฉะนั้นก็จะไม่มีดินบนพื้นเมื่อฝนตกก็สามารถเล่นได้โดยไม่มีปัญหาพื้นลื่นแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันพื้นสนามก็ยังคงรักษาความนุ่มของพื้นเอาไว้ได้
หรือแม่แต่ตัวผู้ปกครองหลายๆ ท่านและน้องๆ ก็เคยตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ชอบสนามหญ้าเทียมมากกว่าเพราะเล่นง่าย ล้มไม่ต้องกลัวเจ็บ รู้สึกปลอดภัย และที่สำคัญล้มแล้วเสื้อผ้าไม่เลอะเทอะด้วย ข้อนี้คุณแม่ชอบมากเป็นพิเศษ เพราะแม้สนามหญ้าจริงจะเล่นสนุกได้เหมือนกัน แต่คุณพ่อคุณแม่ก็จะห่วงในเรื่องความปลอดภัย การลื่นล้มเกิดอุบัติเหตุและยังรวมไปถึงอาจเจอเศษหิน เศษกระเบื้องในพื้นสนามก็เป็นได้
เมื่อมองภาพรวมจากสนามทั้งสองแบบนี้ สนามหญ้าเทียมจึงค่อนข้างตอบโจทย์ในเรื่องความปลอดภัยได้มากกว่า ตัดปัญหาเรื่องการลื่นล้มแล้วบาดเจ็บไปได้มาก ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้เลยว่า ลูกๆ จะได้เล่นสนุกกันอย่างปลอดภัย ได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน
(เขียนโดย : โค้ชกฤษ : Smile Football Club)
Smile Football Club สอนฟุตบอลเด็กด้วยความรักและรอยยิ้ม
* แจ้งชื่อทดลองเรียนฟรี *
คลิกลิงค์นี้ได้เลยครับ https://line.me/R/ti/p/%40smfootball
ติดต่อ Line : @smfootball โทร 090-5522-865
สาขา 1. สนามฟุตบอลสามหนวด งามวงศ์วาน 18 เปิดสอนทุกวัน เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 12.00 น. (ช่วงเช้า)
สาขา 2. สนามบังลงดอร์ ฟุตบอล คลับ จรัญฯ 35 เปิดสอนทุกวัน เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 16.00 – 18.00 น. (ช่วงเย็น)
สาขา 3. สนามฟุตบอลสามหนวด วัชรพล รามอินทรา 39 เปิดสอนทุกวัน เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 13.00 – 15.00 น. (ช่วงบ่าย)
สาขา 4. สนาม Sky Kick Arena บางนา เปิดสอนวันเสาร์ 10.00-12.00 น. (ช่วงเช้า) วันอาทิตย์ 16.00-18.00 น. (ช่วงเย็น)